บทที่4 การใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับงาน

การใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับงาน

idcom.png

หลักการเลือกคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับงาน

วิเคราะห์วัตถุประสงค์ของการใช้งาน

  1. การใช้งานสำนักงานและงานนำเสนอทั่วไป (Home & Office) เป็นกลุ่มที่มีการใช้งานในระดับพื้นฐาน เช่น พนักงานพิมพ์เอกสาร หรือเพื่อการศึกษาของนักเรียน นักศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบการศึกษาค้นคว้า ทำรายงาน
  2. การใช้งานประมวลผล (Computing) เป็นกลุ่มผู้ใช้ที่มีอาชีพ มีธรรมชาติของการนำเข้าข้อมูล ข้อความตัวอักษรและตัวเลขเป็นลัก แต่การคำนวณข้อมูลที่นำเข้านั้นมีการประมวลผลเพื่อแสดงผลที่ซับซ้อน เช่น งานคำนวณด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
  3. การใช้งานสื่อประสม (Multimedia) เป็นกลุ่มผู้ใช้งานที่มีการนำเข้าข้อมูลมากกว่าข้อความและตัวเลขผ่านทางแผงเป็นอักขระ แต่มีการนำข้อมูลจากอุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอกเพิ่มเติมโดนเฉพาะ เช่น การนำเข้าข้อมูลภาพจากเครื่องกราดตรวจ กล้องดิจิทัล

เลือกคอมพิวเตอร์ตามลักษณะของการใช้งาน

  1. งานนอกสถานที่ เป็นการใช้งานนอกสถานที่ ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ติดตามผู้ใช้ มีการเลื่อนที่หรือเคลื่อนย้าย คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานเคลื่อนย้ายนอกสถานที่หลากหลาย
  2. งานในสถานที่ เป็นลักษณะการใช้งานในสำนักงาน แหล่งผลิตชิ้นงานหรือแสดงผลที่ไม่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีองค์ประกอบที่ต้องพิจารณาประกอบการใช้งาน ดังนี้
  • เครื่องชุด เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นชุดเดียวกันทั้งหมด คุณลักษณะของเครื่องชุดนี้ มีข้อดีคือมีราคาที่แน่นอน การออกแบบ การติดตั้งอุปกรณ์เป็นชุดเดียวกัน อุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญของบริษัทผู้ผลิต หรือ จำหน่าย
  • เครื่องประกอบ เป็นการจัดซื้ออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อภายใน เชื่อมต่อภายนอก ที่มีคุณลักษณะตรงกับการใช้งานได้อย่างลงตัว โดยการจัดทำเครื่องประกอบนี้สามารถทำได้ในรูปแบบจัดซื้อสินค้าตามคุณลักษณะทีละชิ้น แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญในร้านประกอบเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ หรืออาจจะซื้อสินค้ามาประกอบด้วยตนเองก็ได้

 

เลือกฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน

ในการเลือกคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ ให้เหมาะสมกับงานนั้น เมื่อได้วิเคราะห์วัตถุประสงค์และลักษณะของงานการใช้งานแล้ว ผู้ใช้สามารถตัดสินใจเลือกคุณลักษณะของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น ในการกำหนดคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์นั้น การเลือกคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์

การใช้งานมีรายละเอียดดังนี้การใช้งานสำนักงานและงานนำเสนอทั่วไป

  • มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU)
  • มีส่วนควบคุมการแสดงผลที่มีหน่วยความจำไม่น้อยกว่า 128 เมกะไบต์
  • มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ชนิดดีดีอาร์ทรี (DDR3)
  • มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล (Hard Disk) ชนิดเอสเอทีเอ (SATA)
  • มีเครื่องอ่านและเครื่องเขียนดีวีดี (DVD-RW)
  • มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย
  • มีจอภาพแบบแอลซีดี (LCD) มี Contrast Ratio

การใช้งานประมวล

  • มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า 2 แกนหลัก
  • มีหน่วยประมวลผลเพื่อแสดงภาพแยกจากแผงวงจรหลัก ที่มีหน่วยความจำขนาดไม่น้อยกว่า 512 เมกะไบต์ (GB)
  • มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ชนิดดีดีอาร์ทรี (DDR3) หรือดีกว่า
  • มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล (Hard Disk) ชนิดเอสเอทีเอ (SATA)หรือดีกว่า ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 500 กิกะไบต์ (GB) จำนวน 1 หน่วย
  • มีเครื่องอ่านและเครื่องเขียนดีวีดี (DVD-RW) หรือดีกว่า จำนวน 1หน่วย
  • มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย
  • มีจอภาพแบบแอลซีดี (LCD) มี Contrast Ratio

การใช้งานสื่อประสม (Multimedia)

  • มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า 4 แกนหลัก
  • มีหน่วยประมวลผลเพื่อแสดงภาพแยกจากแผงวงจรหลัก ที่มีหน่วยความจำขนาดไม่น้อยกว่า 1 กิกะไบต์ (GB)
  • มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ชนิดดีดีอาร์ทรี (DDR3) หรือดีกว่า
  • มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล (Hard Disk) ชนิดเอสเอทีเอ (SATA)หรือดีกว่า ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 1 เทระไบต์ (TB) จำนวน 1 หน่วย
  • มีเครื่องอ่านและเครื่องเขียนดีวีดี (DVD-RW) หรือดีกว่า จำนวน 1หน่วย
  • มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย
  • มีจอภาพแบบแอลซีดี (LCD) มี Contrast Ratio
  • เนื่องจากเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้อย่างรวดเร็วมาก จึงมีหลักเกณฑ์ที่เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

 

สำรวจแหล่งขาย

แหล่งขายเป็นปัจจัยหนึ่งของการเลือกฮาร์ดแวร์ เพื่อให้เหมาะสมกับงาน มีข้อพิจารณาเกี่ยวกับแหล่งขาย

  • มีความน่าเชื่อถือ ควรเป็นร้านที่มีสถานที่ตั้งแน่นอน
  • มีการแข่งขันสูง ทำให้สามารถต่อรองราคา เงื่อนไขของบริการสินค้า
  • มีประสบการณ์ เป็นข้อพิจารณาที่สำคัญของการซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์
  • มีช่องทางการติดต่อ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาในด้านการเปลี่ยนแปลงสินค้า
  • เงื่อนไขรับประกัน เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือของร้านและอุปกรณ์

buy-computer

หลักการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับงาน

ซอฟต์แวร์ประเภทซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) ในกลุ่มซอฟต์แวร์สำเร็จรูป เป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับคอมพิวเตอร์ เพราะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน โดยมีหลักการเลือกดังนี้

  1. ความสามารถในการทำงาน

ผู้ที่ใช้ซอฟต์แวร์จะต้องเลือกดูในความสามารถของซอฟต์แวร์นั้นๆ เพื่อให้ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งสามารถตอบสนองต่อการทำงาน ช่วยอำนวยความสะดวก ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากที่สุด

  1. การติดต่อกับผู้ใช้

ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปในปัจจุบันจะติดต่อกับผู้ใช้ในโหมดกราฟิก เนื่องจากระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่สนับสนุนการทำงานในโหมดนี้ ซึ่งทำให้สะดวกต่อการใช้งาน สามารถเข้าใจได้ง่าย

  1. ความเข้ากันได้

ความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์สำเร็จรูป เป็นหลักการที่ต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ อย่างเหมาะสม เพราะ อาจจะส่งผลต่อการทำงานโดยรวมของคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีข้อคำนึง 2 ส่วน ดังนี้

  • ความเข้ากันได้ของฮาร์ดแวร์
  • ความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์
  1. การติดตั้งและการดูแลรักษา

การติดตั้งซอฟต์แวร์สำเร็จรูปโดยทั่วไปจะต้องติดตั้งได้ง่าย มีการตรวจสอบการติดตั้ง ระบบช่วยเหลือ

 

  1. กลุ่มผู้ใช้งาน

ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากหรือได้รับความนิยมมาก จะเป็นการรับรองคุณภาพของประสิทธิภาพในการใช้งาน

ตัวอย่างซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่เหมาะสมกับงาน

การใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ ผู้ใช้งานเพียงเลือกซอฟต์แวร์สำเร็จรูปให้เหมาะสมกับงานของตน หรือเหมาะกับงานขององค์กรที่รับผิดชอบ ก็สามารถทำงานได้ทันที ซึ่งซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับงานมี ดังนี้

การใช้งานกับสำนักงาน งานนำเสนอทั่วไป

  1. กลุ่มซอฟต์แวร์ทำงานและแสดงผล
  • สืบค้นข้อมูล
  • มัลติมิเดีย
  • กราฟิก
  • เอกสาร

2.ซอฟต์แวร์ติดต่อสื่อสาร รับ-ส่งข้อมูล

  • การสื่อสาร
  • รับส่งข้อมูล

3.ซอฟต์แวร์สำหรับนักพัฒนา

filezilla

4.ซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานอื่นๆ

  • ช่วยทำงานได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
  • ป้องกันไวรัส
  • เขียนแผ่นซีดี
  • ซอฟต์แวร์บีบอัดไฟ

การใช้งานการประมวลผล

  1. งานคำนวณทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์
  2. งานประมวลผลข้อมูลทางสถิติ
  3. งานสร้างแบบจำลองสำหรับงานด้านวิทยาศาสตร์
  4. งานสร้างต้นแบบด้านวิศวกรรม และงานสถาปัตยกรรม
  5. งานสร้างแบบจำลองทางด้านดาราศาสตร์และการแพทย์
  6. งานแปรโปรแกรมระดับสูง

การใช้งานสื่อผสม

  1. งานเอกสารที่ต้องใช้ความสามารถระดับสูงสำหรับจัดการแฟ้มข้อมูลกราฟฟิก
  2. งานตัดต่อสื่อผสมชนิดแฟ้มข้อมูลเสียง
  3. งานเข้าหรือถอดรหัส
  4. งานจัดสร้างมัลติมีเดียคอนเทนต์
  5. งานสร้างสื่อประสมประเภทภาพเคลื่อนไหว

ใส่ความเห็น