การใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับงาน

หลักการเลือกคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับงาน
วิเคราะห์วัตถุประสงค์ของการใช้งาน
- การใช้งานสำนักงานและงานนำเสนอทั่วไป (Home & Office) เป็นกลุ่มที่มีการใช้งานในระดับพื้นฐาน เช่น พนักงานพิมพ์เอกสาร หรือเพื่อการศึกษาของนักเรียน นักศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบการศึกษาค้นคว้า ทำรายงาน
- การใช้งานประมวลผล (Computing) เป็นกลุ่มผู้ใช้ที่มีอาชีพ มีธรรมชาติของการนำเข้าข้อมูล ข้อความตัวอักษรและตัวเลขเป็นลัก แต่การคำนวณข้อมูลที่นำเข้านั้นมีการประมวลผลเพื่อแสดงผลที่ซับซ้อน เช่น งานคำนวณด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
- การใช้งานสื่อประสม (Multimedia) เป็นกลุ่มผู้ใช้งานที่มีการนำเข้าข้อมูลมากกว่าข้อความและตัวเลขผ่านทางแผงเป็นอักขระ แต่มีการนำข้อมูลจากอุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอกเพิ่มเติมโดนเฉพาะ เช่น การนำเข้าข้อมูลภาพจากเครื่องกราดตรวจ กล้องดิจิทัล
เลือกคอมพิวเตอร์ตามลักษณะของการใช้งาน
- งานนอกสถานที่ เป็นการใช้งานนอกสถานที่ ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ติดตามผู้ใช้ มีการเลื่อนที่หรือเคลื่อนย้าย คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานเคลื่อนย้ายนอกสถานที่หลากหลาย
- งานในสถานที่ เป็นลักษณะการใช้งานในสำนักงาน แหล่งผลิตชิ้นงานหรือแสดงผลที่ไม่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีองค์ประกอบที่ต้องพิจารณาประกอบการใช้งาน ดังนี้
- เครื่องชุด เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นชุดเดียวกันทั้งหมด คุณลักษณะของเครื่องชุดนี้ มีข้อดีคือมีราคาที่แน่นอน การออกแบบ การติดตั้งอุปกรณ์เป็นชุดเดียวกัน อุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญของบริษัทผู้ผลิต หรือ จำหน่าย
- เครื่องประกอบ เป็นการจัดซื้ออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อภายใน เชื่อมต่อภายนอก ที่มีคุณลักษณะตรงกับการใช้งานได้อย่างลงตัว โดยการจัดทำเครื่องประกอบนี้สามารถทำได้ในรูปแบบจัดซื้อสินค้าตามคุณลักษณะทีละชิ้น แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญในร้านประกอบเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ หรืออาจจะซื้อสินค้ามาประกอบด้วยตนเองก็ได้
เลือกฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน
ในการเลือกคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ ให้เหมาะสมกับงานนั้น เมื่อได้วิเคราะห์วัตถุประสงค์และลักษณะของงานการใช้งานแล้ว ผู้ใช้สามารถตัดสินใจเลือกคุณลักษณะของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น ในการกำหนดคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์นั้น การเลือกคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์
การใช้งานมีรายละเอียดดังนี้การใช้งานสำนักงานและงานนำเสนอทั่วไป
- มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU)
- มีส่วนควบคุมการแสดงผลที่มีหน่วยความจำไม่น้อยกว่า 128 เมกะไบต์
- มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ชนิดดีดีอาร์ทรี (DDR3)
- มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล (Hard Disk) ชนิดเอสเอทีเอ (SATA)
- มีเครื่องอ่านและเครื่องเขียนดีวีดี (DVD-RW)
- มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย
- มีจอภาพแบบแอลซีดี (LCD) มี Contrast Ratio
การใช้งานประมวล
- มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า 2 แกนหลัก
- มีหน่วยประมวลผลเพื่อแสดงภาพแยกจากแผงวงจรหลัก ที่มีหน่วยความจำขนาดไม่น้อยกว่า 512 เมกะไบต์ (GB)
- มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ชนิดดีดีอาร์ทรี (DDR3) หรือดีกว่า
- มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล (Hard Disk) ชนิดเอสเอทีเอ (SATA)หรือดีกว่า ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 500 กิกะไบต์ (GB) จำนวน 1 หน่วย
- มีเครื่องอ่านและเครื่องเขียนดีวีดี (DVD-RW) หรือดีกว่า จำนวน 1หน่วย
- มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย
- มีจอภาพแบบแอลซีดี (LCD) มี Contrast Ratio
การใช้งานสื่อประสม (Multimedia)
- มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า 4 แกนหลัก
- มีหน่วยประมวลผลเพื่อแสดงภาพแยกจากแผงวงจรหลัก ที่มีหน่วยความจำขนาดไม่น้อยกว่า 1 กิกะไบต์ (GB)
- มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ชนิดดีดีอาร์ทรี (DDR3) หรือดีกว่า
- มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล (Hard Disk) ชนิดเอสเอทีเอ (SATA)หรือดีกว่า ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 1 เทระไบต์ (TB) จำนวน 1 หน่วย
- มีเครื่องอ่านและเครื่องเขียนดีวีดี (DVD-RW) หรือดีกว่า จำนวน 1หน่วย
- มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย
- มีจอภาพแบบแอลซีดี (LCD) มี Contrast Ratio
- เนื่องจากเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้อย่างรวดเร็วมาก จึงมีหลักเกณฑ์ที่เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
สำรวจแหล่งขาย
แหล่งขายเป็นปัจจัยหนึ่งของการเลือกฮาร์ดแวร์ เพื่อให้เหมาะสมกับงาน มีข้อพิจารณาเกี่ยวกับแหล่งขาย
- มีความน่าเชื่อถือ ควรเป็นร้านที่มีสถานที่ตั้งแน่นอน
- มีการแข่งขันสูง ทำให้สามารถต่อรองราคา เงื่อนไขของบริการสินค้า
- มีประสบการณ์ เป็นข้อพิจารณาที่สำคัญของการซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์
- มีช่องทางการติดต่อ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาในด้านการเปลี่ยนแปลงสินค้า
- เงื่อนไขรับประกัน เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือของร้านและอุปกรณ์

หลักการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับงาน
ซอฟต์แวร์ประเภทซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) ในกลุ่มซอฟต์แวร์สำเร็จรูป เป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับคอมพิวเตอร์ เพราะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน โดยมีหลักการเลือกดังนี้
- ความสามารถในการทำงาน
ผู้ที่ใช้ซอฟต์แวร์จะต้องเลือกดูในความสามารถของซอฟต์แวร์นั้นๆ เพื่อให้ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งสามารถตอบสนองต่อการทำงาน ช่วยอำนวยความสะดวก ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากที่สุด
- การติดต่อกับผู้ใช้
ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปในปัจจุบันจะติดต่อกับผู้ใช้ในโหมดกราฟิก เนื่องจากระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่สนับสนุนการทำงานในโหมดนี้ ซึ่งทำให้สะดวกต่อการใช้งาน สามารถเข้าใจได้ง่าย
- ความเข้ากันได้
ความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์สำเร็จรูป เป็นหลักการที่ต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ อย่างเหมาะสม เพราะ อาจจะส่งผลต่อการทำงานโดยรวมของคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีข้อคำนึง 2 ส่วน ดังนี้
- ความเข้ากันได้ของฮาร์ดแวร์
- ความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์
- การติดตั้งและการดูแลรักษา
การติดตั้งซอฟต์แวร์สำเร็จรูปโดยทั่วไปจะต้องติดตั้งได้ง่าย มีการตรวจสอบการติดตั้ง ระบบช่วยเหลือ
- กลุ่มผู้ใช้งาน
ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากหรือได้รับความนิยมมาก จะเป็นการรับรองคุณภาพของประสิทธิภาพในการใช้งาน
ตัวอย่างซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่เหมาะสมกับงาน
การใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ ผู้ใช้งานเพียงเลือกซอฟต์แวร์สำเร็จรูปให้เหมาะสมกับงานของตน หรือเหมาะกับงานขององค์กรที่รับผิดชอบ ก็สามารถทำงานได้ทันที ซึ่งซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับงานมี ดังนี้
การใช้งานกับสำนักงาน งานนำเสนอทั่วไป
- กลุ่มซอฟต์แวร์ทำงานและแสดงผล
- สืบค้นข้อมูล
- มัลติมิเดีย
- กราฟิก
- เอกสาร
2.ซอฟต์แวร์ติดต่อสื่อสาร รับ-ส่งข้อมูล
- การสื่อสาร
- รับส่งข้อมูล
3.ซอฟต์แวร์สำหรับนักพัฒนา

4.ซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานอื่นๆ
- ช่วยทำงานได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
- ป้องกันไวรัส
- เขียนแผ่นซีดี
- ซอฟต์แวร์บีบอัดไฟ
การใช้งานการประมวลผล
- งานคำนวณทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์
- งานประมวลผลข้อมูลทางสถิติ
- งานสร้างแบบจำลองสำหรับงานด้านวิทยาศาสตร์
- งานสร้างต้นแบบด้านวิศวกรรม และงานสถาปัตยกรรม
- งานสร้างแบบจำลองทางด้านดาราศาสตร์และการแพทย์
- งานแปรโปรแกรมระดับสูง
การใช้งานสื่อผสม
- งานเอกสารที่ต้องใช้ความสามารถระดับสูงสำหรับจัดการแฟ้มข้อมูลกราฟฟิก
- งานตัดต่อสื่อผสมชนิดแฟ้มข้อมูลเสียง
- งานเข้าหรือถอดรหัส
- งานจัดสร้างมัลติมีเดียคอนเทนต์
- งานสร้างสื่อประสมประเภทภาพเคลื่อนไหว